ข้อความรู้เรื่องน้ำมันรถ

น้ำมัน หล่อลื่นมีวางจำหน่ายมากมายในปัจจุบัน บางแบบของน้ำมันนี้จะกำหนดว่าใช้เฉพาะกับเครื่องยนต์ดีเซลเท่านั้น บางแบบก็เป็นน้ำมันที่ใช้ได้ทั้งกับเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน

เมื่อ ต้องเลือกซื้อน้ำมันหล่อลื่นมาใช้ คุณควรเริ่มด้วยการดูข้อมูลความต้องการของเครื่องยนต์ โดยอ่านได้จากหนังสือคู่มือการใช้รถยนต์ของคุณ เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากการหล่อลื่นในแต่แบบของเครื่องยนต์ก็จะมีความแตกต่างกันมาก
อย่างแรกที่ต้องทราบ ก็คือมาตรฐาน API ซึ่งหมายถึงมาตรฐานของ American Petroleum Institute หรือ ACEA
เราคุยกันเกี่ยวกับเรื่องราวการทำงานของสารต่างต่าง อันเป็นส่วนผสมอยู่ในน้ำมันหล่อลื่น สำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่สักเล็กน้อยนะครับ

น้ำมัน ธรรมชาติ หรือ Mineral oil ก็เป็นพื้นฐานของน้ำมันหล่อลื่นทั่วไปที่เหมือนกันในทุกผู้ผลิต ความแตกต่างนั้นมาเริ่มเอาเมื่อมีการนำสารเพื่อเพิ่มคุณภาพลงผสมในน้ำมัน นั้น สารแต่ละกลุ่มที่จะพูดถึงต่อไปเป็นเพียงหน้าที่ในการทำงานเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ตัวสารเอง และไม่ได้พูดถึงจำนวนหรือสัดส่วนอันขึ้นอยู่กับเครื่องยนต์ที่น้ำมันนั้นจะ ถูกนำไปใช้ หรือแนะนำให้ใช้กับเครื่องยนต์ใดนะครับ

สารชะล้าง ตรงนี้ก็คือ Detergents ปกติแล้วเป็นสารผสมในกลุ่มโลหะ ทำหน้าที่ช่วยให้ส่วนต่างต่างของเครื่องยนต์สะอาด ป้องกันการเกาะติดชิ้นส่วนของสิ่งสกปรก โดยเฉพาะกับแหวนลูกสูบกับตัวลูกสูบ สารในกลุ่มนี้ช่วยควบคุมปัญหาของการเกิดคราบเคลือบผิวโลหะ อันเกิดจากการไหม้ของน้ำมันเครื่องเองในระหว่างการทำงานในอุณหภูมิสูงของ เครื่องยนต์ และคราบไหม้นั้นจับเป็นสีเคลือบอยู่บนผิวโลหะได้

ผมเคย ผ่าเครื่องยนต์รุ่นใหม่ออกมาดู เครื่องยนต์นั้นถูกใช้มาประมาณหนึ่งแสนกิโลเมตร ตามประวัติก็เข้าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องจากศูนย์บริการของรถยนต์ยี่ห้อ นั้นเองทุกห้าพันกิโลเมตร แต่ปรากฏว่ามีความสึกหรอสูง และพบว่านอกจากความสึกหรอสูงแล้ว ตามชิ้นส่วนต่างต่างที่เป็นโลหะและต้องรับความร้อนจากการทำงานของเครื่อง ยนต์เอง ซึ่งโลหะเหล่านั้นน้ำมันหล่อลื่นต้องไหลผ่าน มีคราบสีแดงคล้ำจากการไหม้ของน้ำมันหล่อลื่นนี้เคลือบอยู่เต็มไปหมด แสดงให้เห็นชัดว่า น้ำมันหล่อลื่นที่ศูนย์บริการเปลี่ยนถ่ายให้นั้น ไม่มีคุณสมบัติในการชะล้างเพียงพอสำหรับเครื่องยนต์ดังกล่าว อีกทั้งยังน่าสงสัยด้วยว่า ในน้ำมันหล่อลื่นที่ศูนย์บริการเลือกเอามามัดมือจำหน่ายให้กับผู้ใช้รถของตน มีสารป้องกันการไหม้และเสื่อมคุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น อันเกิดจากความร้อนในการทำงานของเครื่องยนต์เพียงพอหรือไม่ อย่างไร

สาร ช่วยการกระจายตัว หรือสารช่วยการแขวนตัว เรียกอย่างไรก็ไม่แน่ใจนักหรอกครับ แต่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Dispersent เป็นสารประกอบที่ไม่ได้มีพื้นฐานเป็นโลหะ ปกติจะทำงานร่วมกับสารชะล้างข้างต้น สารช่วยการแขวนตัวนี้จะอุ้มเอาตะกอน สิ่งสกปรกหรือสิ่งไม่ต้องการที่สารชะล้างทำให้หลุดออกจากผิวโลหะของส่วน ประกอบเครื่องยนต์ ลอยตัวอยู่ในน้ำมันหล่อลื่น ไม่กลับไปเคลือบผิวโลหะอีก

สาร Anti-oxidants ก็คือสารช่วยต่อต้านการเป็นสนิม ใช้เพื่อป้องกันน้ำมันหล่อลื่นจากการเสื่อมสมรรถภาพ อันเนื่องมาจากความร้อนในระหว่างการทำงานของเครื่องรถยนต์ เป็นผลให้น้ำมันหล่อลื่นมีอายุใช้งานนานขึ้น

สารต่อต้านการสึกหรอ Anti-wear agents เป็นส่วนสำคัญสำหรับสารที่นำมาผสมในน้ำมันหล่อลื่นเชียวละครับ สารนี้จะช่วยลดความสึกหรออันเกิดจากการเสียดสีระหว่างชิ้นส่วนโลหะสองชิ้น เช่นลูกสูบกับผิวกระบอกสูบ ลูกเบี้ยวกับกระเดื่องวาล์ว และแบริ่งของข้อเหวี่ยง ที่เราเรียกกันติดปากว่าชาร์พเป็นต้น

แต่ เราไม่ดีด้วยนี่ครับ อยู่ไม่อยู่ เสื้อสูบกร่อนจนทะลุ น้ำเข้าไปในน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องเข้าไปในน้ำระบายความร้อน ทีนี้อะไรต่ออะไรก็ประดังกันเข้ามา ส่วนที่ประดังกันออกไปก็คือเงินในกระเป๋าหรือในบัญชีธนาคารของผู้เป็นเจ้า ของรถนั่นเอง
สารต่อต้านการเป็นฟอง Anti-foam additive เป็นสิ่งที่น้ำมันหล่อลื่นดีดีต้องการอีกอย่างหนึ่งครับ ที่จำเป็นก็ด้วยว่าข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์จะหมุนวัดลงไปในน้ำมันเครื่อง ที่อ่างเก็บ การหมุนตัวลงไปของข้อเหวี่ยงนำเอาอากาศในห้องเครื่องเข้าไปผสมกับน้ำมัน หากไม่มีสารประเภทนี้ผสมในน้ำมันเครื่อง น้ำมันเครื่องก็จะถูกตีเป็นฟองเหมือนคุณตีไข่เพื่อเจียวให้ฟูในกระทะร้อน ร้อน กินกับข้าวสวยและซอสพริกไงล่ะครับ
ทีนี้ การเป็นฟองของน้ำมันเครื่อง ทำให้น้ำมันที่มีฟองอากาศอยู่ด้วยนั้นหล่อลื่นได้ไม่ดี เราก็ต้องทำให้น้ำมันเครื่องมีคุณสมบัติต่อต้านการเป็นฟองเอาไว้ด้วย

ผมไม่ อยากแก้คำผิดกันตรงนี้ แม้จะทราบดีว่า ชาร์พที่เราเรียกกัน และใช้มาจนเข้าใจเมื่อได้ยินช่างบอกว่า ชาร์พละลายนั้น หมายถึงผิวหน้าหรือผิวที่เคลือบอยู่บนหน้าแบริ่งแบบเรียบนั้นละลาย ไม่ใช่ตัวชาร์พอันหมายถึงเพลา ผมก็คงไม่ขอแก้ละนะครับ เอาภาษาง่ายง่ายของเราต่อไปก่อน ส่วนจะแก้เป็นอะไรเมื่อใด ก็แล้วแต่ครูท่านเถิด

Corrosion inhibitors เป็นสารที่ช่วยป้องกันผิวหน้าของโลหะจากการกัดกร่อนด้วยสารเคมี หรือน้ำอันเป็นต้นเหตุของสนิม และกรดที่อาจจะเกิดจากความเสื่อมสภาพของสารประกอบในน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้งาน มานานแล้วเอง ที่ว่านี่อาจจะเป็นสารอันมาจากผลของการเผาไหม้ในกระบอกสูบก็ได้ เพราะการกัดกร่อนหรือสนิมสามารถนำไปสู่การสึกหรอของชิ้นส่วนได้เป็นอย่างดี

ใน ส่วนต่อไปนี่ น้ำมันหล่อลื่นของเครื่องยนต์ต้องมีความใสเพียงพอเมื่อเย็นตัวลง เพื่อที่จะได้ถูกส่งไปหล่อลื่นได้อย่างเหมาะสม และไม่สร้างภาระให้กับการสตาร์ทเครื่องยนต์ที่จะหมุนด้วยมอเตอร์สตาร์ท กำลังหมุนตอนนั้นไม่ได้มากเหมือนตอนเครื่องยนต์ทำงาน หากน้ำมันข้นเสียแล้ว ก็จะทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ติดได้ยากหน่อย เขาก็นำสารจำพวกที่ช่วยให้น้ำมันไม่เหนียวข้นจนเกินไปเมื่อเย็นลงมาผสมไว้ เรียกกันว่า Pour point depressant
Viscosity index improver เป็นสารที่ดัดนิสัยของน้ำมันเครื่อง ไม่ให้เปลี่ยนความข้นใสไปมาตามใจชอบ เพราะน้ำมันเครื่องนี่จะเปลี่ยนความข้นใสไปตามการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่ น้ำมันเครื่องเข้าไปสนุกอยู่

น้ำมันเครื่องแบบเกรดรวม หรือ Multigrade ต้องใช้สารประเภทที่ทำหน้าที่เช่นนี้ครับ ทั้งนี้ก้เพื่อให้น้ำมันเครื่องเกรดรวมสามารถนำไปใช้งานได้ในเครื่องยนต์ เนื่องจากต้องทำงานในสภาพอุณหภูมิต่างกันไกล จากเย็นไปร้อนจัด หรือจากเย็นจัดไปร้อน ตามสภาพภูมิอากาศของพื้นที่ใช้งานรถยนต์ ที่น้ำมันเครื่องเกรดเดียวทำไม่ได้ดีเท่า

ผม เองมักเลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรดรวม ที่มีค่าตัวเลขสูงอยู่แถว 40 เพราะเห็นว่า เมื่อร้อนก็จะไม่ใสจนเกินไป และไม่กินแรงเครื่องเนื่องจากไม่ข้นเท่ากับเบอร์ 50 เป็นการประหยัดน้ำมันได้อีกทางหนึ่ง

แต่ถ้าถามว่า ทำไมผมไม่ใช้น้ำมันเครื่องเกรดรวมที่มีตัวเลขด้านสูงเป็น 30 ไปเลยหากต้องการประหยัดเชื้อเพลิง ก็คงต้องเรียนว่า ผมเป็นคนขับรถค่อนข้างเร็ว และเร็วแบบต่อเนื่องเสียด้วย เท้าผมก็หนัก ออกรถแต่ละคราวก็กดคันเร่งไปลึกเลยทีเดียว ผมยังไม่มั่นใจว่า ที่ความเร็วสูงของผมนั้น น้ำมันเครื่องเบอร์ 30 จะทำงานหล่อลื่นให้ได้เพียงพอหรือไม่เท่านั้นเองครับ
อย่างเช่นการติดเครื่อง ยนต์ช่วงเช้า ทั้งเครื่องยนต์เองก็ยังเย็นอยู่ อากาศข้างนอกก็ไม่ร้อน ไปจนถึงขับบนมอเตอร์เวย์ที่ทำได้ดีมาก เปิดใช้ไม่ทันถึงปีก็ทรุดแล้วของไทย ใช้ความเร็วสูง กระโดดโลดเต้นผ่านคอสะพานขึ้นไปบนสะพานในช่วงอากาศร้อนอย่างบ้านเรานี่ น้ำมันเครื่องเกรดรวมจะสนองความต้องการหล่อลื่นของเครื่องยนต์ได้ดีกว่า

คุณ ควรตรวจสอบว่า ผู้ผลิตเครื่องยนต์ของคุณเขาแนะนำน้ำมันเครื่องแบบใด โดยปกติแล้ว ส่วนใหญ่จะให้ใช้น้ำมันเกรดรวมที่เข้าอยู่ในมาตรฐานสากลของ SAE คือหมายถึงว่า SAE เป็นมาตรฐานนะครับ

ตัวอักษร W หมายถึง Winter หรือฤดูหนาว เช่น 10W ส่วนตัวเลขจำนวนสูงก็คือค่าความข้นใสเมื่อน้ำมันร้อน เช่น 50
ตัว เลขที่สูงขึ้นแสดงว่าน้ำมันมีความข้นกว่า แต่เมื่อเจอเข้ากับความร้อน ก็จะเพียงแค่รักษาความข้นไว้ได้เหมือนหรือดีกว่าน้ำมันเกรดเดียวที่มีค่า มาตรฐานของ SAE เท่ากันเท่านั้น ไม่ได้ข้นคลั่กเมื่อร้อนหรอกครับ

ปัจจุบัน ความต้องการความข้นใสของน้ำมันเครื่องที่เครื่องยนต์รุ่นใหม่จะใช้นั้น ลดลงเรื่อยเรื่อย จากที่เคยระบุให้ใช้ 20W-50 ก็กลายมาเป็น 15W-40 จนขณะนี้ มีเครื่องยนต์ใหม่หลายรุ่นแนะนำให้ใช้น้ำมันเครื่อง 10W-30 ขึ้นมาแล้ว

 

November 2018
M T W T F S S
« Feb    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930